วช. หนุนบูรณาการงานวิจัย ป้องกัน–ปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ มุ่งแก้ปัญหาบัญชีม้าอย่างยั่งยืน
วันที่ 15 มกราคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จัดการปาฐกถาพิเศษและเผยแพร่ผลการวิจัย โครงการวิจัย “การบูรณาการความร่วมมือเพื่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ กรณีการอายัดและการระงับบัญชีต้องสงสัย (บัญชีม้า)” ณ ห้องพระพรหม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงบทบาทของ วช. โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ประเทศไทยกับยุทธศาสตร์การสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล : บทบาทของกระทรวงยุติธรรมกับการบูรณาการแก้ไขปัญหาบัญชีต้องสงสัย (บัญชีม้า) อย่างยั่งยืน”
นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ได้ให้ความสำคัญกับการกำหนดกรอบการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนยกระดับสวัสดิภาพสาธารณะของสังคมไทยตามแผน ววน. 2566-2570 โดยการดำเนินงานดังกล่าวมุ่งให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 รวมถึงนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งนี้ วช. ได้ดำเนินกระบวนการทบทวน วิเคราะห์ และรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมส่งเสริมการจัดทำความร่วมมือในรูปแบบ Consortium เพื่อกำหนดกรอบและประเด็นการวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของสังคม โดยเฉพาะด้านนโยบาย มาตรการ และกลไกในการบริหารจัดการความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ พื้นที่เสี่ยง และชุมชน รวมถึงการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนต่อไป
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชน โดยบัญชีต้องสงสัยหรือบัญชีม้าเป็นกลไกหลักที่ถูกนำมาใช้ในการรับ พัก และกระจายเงินจากการกระทำผิด จากสถิติของกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2568 พบว่ารูปแบบการกระทำผิดที่เกิดขึ้นมากที่สุด ได้แก่ การหลอกลวงซื้อสินค้าหรือบริการ การหลอกลวงให้โอนเงินรับรางวัล และการหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในช่วง 3 เดือนดังกล่าว พบการเกิดเหตุรวมกว่า 72,000 เรื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 3,700 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 3 เดือนก่อนหน้า พบแนวโน้มการเกิดเหตุและมูลค่าความเสียหายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนผลจากการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้กว่า 19,000 คดี มีการอายัดบัญชีต้องสงสัยกว่า 16,000 บัญชี และสามารถอายัดเงินได้ทันกว่าร้อยละ 12 ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยมหิดล โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ อาทิ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสภาองค์กรของผู้บริโภค เข้าร่วม
ทั้งนี้ โครงการนี้เป็นความร่วมมือเชิงบูรณาการของหลายภาคส่วนในการนำงานวิจัยและองค์ความรู้มาใช้ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาบัญชีม้าอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางดิจิทัลและความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาว
# เวทีผู้นำ เสถียรภาพทางความคิด

.jpg)




.jpg)


![Mag [Maggazine]](http://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgTHVp1VT4sRzOH8tcJ3nFvoUJCxIHMFBoYiHqDLxJfLDDRljJvQb6BzSZeBiS5uWVtDMYceNU0DWBEy_z9qK1WgEU-MR-Yrupy-2sxxtjWggq8Ijoo0blIfY40J6iZLW_7wam0JjSdDp_eYc60vn45JAeYMzZyqSVJkoJpUvYnPsVq5Q/w72-h72-p-k-no-nu/1751010385007.jpg)
.jpg)
.jpg)


















.jpg )





