กรมศุลกากรคุมเข้ม ไม่ให้ไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด จับกุมผู้โดยสารลักลอบขนเฮโรอีน 17.5 กิโลกรัม ซุกซ่อนในถุงกาแฟ มูลค่ากว่า 7.3 ล้านบาท
กรมศุลกากร ขานรับนโยบายรัฐบาลเชิงรุก สั่งเพิ่มความเข้มงวดสกัดกั้นยาเสพติดทุกช่องทางทั่วประเทศ ล่าสุดกองสืบสวนและปราบปรามรวบหนุ่มแอฟริกาใต้คาสนามบิน หวังใช้ไทยเป็นทางผ่าน ซุกเฮโรอีน 17.5 กิโลกรัม ไปมาดากัสการ์
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายสำคัญในการผลักดันให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติพร้อมเน้นย้ำมาตรการขั้นเด็ดขาดในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นประเทศทางผ่านของขบวนการลักลอบ
ขนยาเสพติดข้ามชาติ กรมศุลกากรจึงได้ยกระดับมาตรการเชิงรุก เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้โดยสารและสัมภาระอย่างละเอียดในทุกช่องทาง ทั้งท่าอากาศยาน ด่านชายแดน และระบบพัสดุไปรษณีย์ทั่วประเทศ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูล และตรวจพบผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงลักลอบขนยาเสพติด เดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย และเปลี่ยนเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย และปลายทางท่าอากาศยานนานาชาติอิวาโต สาธารณรัฐมาดากัสการ์ และได้บูรณาการปฏิบัติการโดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกเข้าตรวจสอบสัมภาระโหลดภายในอาคารขนถ่ายสัมภาระผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transfer Baggage Terminal) หลังภาพเอกซเรย์แสดงความผิดปกติของกระเป๋าสัมภาระ จึงแจ้งให้ชุดติดตามตัวผู้โดยสารเชิญตัวผู้โดยสารพร้อมสัมภาระมาเปิดตรวจโดยละเอียดบริเวณประตูทางออกขึ้นเครื่อง
จากการตรวจค้นพบถุงกาแฟ ถุงชาเขียว และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายยี่ห้อ ใช้อำพรางยาเสพติด ภายในซุกซ่อนถุงพลาสติกบรรจุผงสีขาวจับตัวเป็นก้อน เมื่อนำมาตรวจสอบด้วยน้ำยาเคมี ONCB051 Marquis Reagent ผลปรากฏว่าสารดังกล่าวเปลี่ยนเป็นสีม่วง ยืนยันว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเฮโรอีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 17,530 กรัม หรือ 17.53 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 7.3 ล้านบาท
พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลติดตามเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการทั้งในและต่างประเทศต่อไป การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดในกรณี "นำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อธิบดีกรมศุลกากรเพิ่มเติมว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงของกรมศุลกากรและการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ในการสกัดกั้นการใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านของขบวนการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ และยืนยันความมุ่งมั่นในการปกป้องสังคมจากภัยยาเสพติดอย่างเข้มงวด
.jpg)

![Mag [Maggazine]](http://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgTHVp1VT4sRzOH8tcJ3nFvoUJCxIHMFBoYiHqDLxJfLDDRljJvQb6BzSZeBiS5uWVtDMYceNU0DWBEy_z9qK1WgEU-MR-Yrupy-2sxxtjWggq8Ijoo0blIfY40J6iZLW_7wam0JjSdDp_eYc60vn45JAeYMzZyqSVJkoJpUvYnPsVq5Q/w72-h72-p-k-no-nu/1751010385007.jpg)











.jpg)
.jpg)



.jpg )








