Type Here to Get Search Results !

AD Top

ไม่มีชื่อ

Mag [Maggazine] 0
บพค. จับมือ มทร.ธัญบุรี ผลิตกำลังคนด้านยานยนต์ไฟฟ้าและ AI หนุนอุตสาหกรรมไทย

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ร่วมกับ มทร.ธัญบุรี เดินหน้าโครงการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงระยะที่ 2 มุ่งเน้นอัปสกิลช่างเทคนิค วิศวกร และนักวิจัย ให้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเครื่องอัดประจุไฟฟ้าและการซ่อมบำรุงด้วยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตในประเทศไทย
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) 


จัดโครงการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้านเทคโนโลยีเครื่องอัดประจุยานยนต์และการซ่อมบำรุงด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (ระยะที่ 2) โดยมี ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมบรรยายพิเศษ “กลไกการจัดสรรงบประมาณส่งเสริมการลงทุนและการเสริมสร้างความเข้มแข็งของบุคลากรในระบบนิเวศ ววน ระหว่างรัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย” ซึ่งมี รศ.ดร.ศิริชัย ต่อสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าวต้อนรับ และ ผศ.ดร.เทอดเกียรติ ลิมปิทีปราการ หัวหน้าโครงการ กล่าวรายงาน ณ ห้องกาสะลอง 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี


ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) เผยว่า ได้เดินหน้าบริหารจัดการทุนวิจัยภายใต้แผนงาน F13 เพื่อผลิตกำลังคนทักษะสูงป้อน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งเซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสร้างงานใหม่และรายได้ที่มั่นคงให้กับประเทศ โดยชี้ว่าการพัฒนากำลังคนคือต้นน้ำสำคัญที่จะต่อยอดไปสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพ และธุรกิจฐานนวัตกรรม (IDE) ซึ่ง บพค. พร้อมผนึกกำลังกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เพื่อเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยเข้าถึงแหล่งทุนสนับสนุนได้ง่ายยิ่งขึ้น
ด้าน รศ.ดร.ศิริชัย ต่อสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า มทร.ธัญบุรี ได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยีเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก คือ ช่างเทคนิค วิศวกร และนักวิจัย เพื่อสร้างเครือข่ายและถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร 


ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ เฟิร์มแวร์ และโมดูลการทดสอบเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบกระแสสลับขนาด 7 กิโลวัตต์ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และยังได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาให้แม่นยำยิ่งขึ้น และถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับกำลังคนด้านวิศวกรรมและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต


# เวทีผู้นำ เวทีแห่งวิสัยทัศน์

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น
* Please Don't Spam Here. All the Comments are Reviewed by Admin.

Bottom Post Ad